วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554



รองเท้าส้นเตารีด เสริมส้นด้านหลัง(1นิ้ว) รุ่นนี้เป็นหนังค่ะ เป็นทรงบูท ด้านในพื้นนิ่มใส่สบายค่ะ
399.00 ฿

รองเท้าส้นเตารีด เสริมส้นด้านหลัง(1นิ้ว) รุ่นนี้เป็นหนังเนื้อนิ่มค่ะ เป็นทรงบูท แต่งโบว์ด้านหลังเก๋ๆค่ะ ด้านในพื้นนิ่มใส่สบายค่
399.00 ฿


รองเท้าส้นเตารีด เสริมส้นห่อด้านหลัง รุ่นนี้เป็นหนังกลับเนื้อดีค่ะ ทรงผ้าใบเทห์ๆ หนังนิ่มใส่สบายค่ะ
499.00 ฿



รองเท้าส้นแบน รุ่นนี้เป็นหนังด้านเนื้อดีค่ะ ทรงผ้าใบกึ่งบูทสั้นค่ะ ด้านในนิ่มใส่สบายค่ะมี
399.00 ฿

ประวัติรองเท้า

ภายในงานเปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์ รองเท้าแฟชั่นสัญชาติเอเชีย สเต็ลล่าลูน่า (StellaLuna) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอประวัติของรองเท้าแฟชั่นผ่านนิทรรศการ เริ่มตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจวบจนศตวรรษที่ 17 จุดหมายที่แท้จริงของรองเท้าคือปกป้องเท้าจากความเย็น และบาดแผลหรือความบอบช้ำ กระทั่งปี 1640 ในขณะที่อังกฤษและฝรั่งเศสกำลังตั้งตนเป็นศูนย์กลางแห่งความมีรสนิยมของยุโรป รองเท้าของบุรุษยังล้ำหน้ากว่ารองเท้าสตรี จนถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 17 รองเท้าสตรีเริ่มได้รับความสนใจ สตรีสูงศักดิ์ในลอนดอนและปารีส ต่างก็หันมาสวมใส่รองเท้าพื้นหนา 4 นิ้ว ใช้ลูกไม้และผ้าไหมตัดเย็บและประดับประดาในช่วงบน

ในศตวรรษที่ 18 การปฏิวัติอุตสาหกรรม การปฏิวัติฝรั่งเศส และการปฏิวัติอเมริกัน ทำให้ชนชั้นกลางกลับมามีอิทธิพล กำหนดรสนิยมและมาตรฐานใหม่ของสังคมทุกชนชั้น ส้นสูงหายไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ด้วยอุดมคติ ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน และชีวิตคือการแสวงหาความสนุกสนานมากกว่าความร่ำรวยทางวัตถุ

ถึงช่วงศตวรรษที่ 19 เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาอย่างการก้าวกระโดด การผลิตรองเท้าในปี 1856 ชาร์ลส์ ซิงเกอร์ ชาวอเมริกันจดสิทธิบัตรจักรตะเข็บล็อก ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตัดเย็บรองเท้า เพราะลดต้นทุนการผลิต และเปิดโอกาสให้นักออกแบบ จนช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในวงการแฟชั่นและวิถีชีวิตของผู้คน ผู้หญิงยุคใหม่หันมาเล่นกีฬา เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและท่องเที่ยวโดยลำพัง นิตยสารสำหรับสตรีเริ่มออกวางจำหน่าย และห้างสรรพสินค้าเริ่มปรากฏ

เข้าสู่ศตวรรษที่ 20 สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำด้านการผลิตรองเท้าสำเร็จรูป จนสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดขึ้นในปี 1914 สายการผลิตต่างๆ ในยุโรปจึงเปลี่ยนไปผลิตรองเท้าทหารแทน เมื่อสงครามสิ้นสุดลง รองเท้าส่วนใหญ่มีแค่สีดำ สีน้ำตาล หรือสีขาว แต่ช่วงทศวรรษ 1920 จนถึง 1930 เริ่มมีรองเท้าหลากสีเกิดขึ้นในรูปแบบแตกต่างหลากหลาย แต่ในขณะที่อุตสาหกรรมรองเท้ากำลังทะยานเข้าสู่แวดวงแฟชั่นสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเสื้อผ้า ก่อนชะงักไปในสงครามโลกครั้งที่ 2 จนเมื่อสงครามสิ้นสุดลง อุตสาหกรรมรองเท้าจึงก้าวขึ้นมาเป็นอุตสาหกรรมระดับอย่างทุกวันนี้

แอนดรูว์ แบร์รี่ ผู้จัดการสเต็ลล่าลูน่า ประเทศไทย กล่าวว่า รองเท้าแฟชั่นของผู้หญิงที่กำลังนิยมอยู่ในขณะนี้มี 2 แบบ คือ ส้นแบนราบกับรองเท้าส้นสูงที่มีส้นแตกต่างกันออกไปหลายแบบ ซึ่งจริงๆ แล้วเทรนด์แฟชั่นตอนนี้เปิดกว้างไปทั่วโลก จึงไม่มีข้อจำกัดว่าผู้หญิงประเทศนี้ทวีปนี้จะนิยมรูปแบบที่ต่างกันไป และสีรองเท้าที่มาแรงมากในซีซั่นนี้คือสีแดง สีขาว และสีเมทาลิก ส่วนหนังแก้วก็ยังคงอยู่ในเทรนด์







ประวัติรองเท้า


รองเท้า เป็นเครื่องใช้ที่มนุษย์นำมาใช้กับเท้า เพื่อป้องการการเจ็บเท้าจากการเดินหรือ การวิ่ง รองเท้ามีหลายประเภทตามวัสดุและประโยชน์การใช้งาน เช่น รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบ


ประวัติศาสตร์รองเท้า
นักโบราณคดี พบรองเท้าแตะที่ทำด้วยเปลือกไม้ 50 คู่ ในถ้ำ Fort Rock ในรัฐโอเรกอน ซึ่งมีอายุมากกว่า 5,000 ปี เชื่อว่า Fort Rock เป็นโรงงานรองเท้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก[1]


"รองเท้า" ในท้องถิ่นต่างๆ
ภาษาอีสาน และภาษาเหนือ เรียกว่า เกิบ
คนไทยบางส่วนเรียกว่า เกือก