วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

มุมมองความรักของชายและหญิง



การจีบ
หญิง : เขาเข้ามาคุยกะเราบ่อยๆ อย่างงี้กำลังจีบเราจีบเราอยู่แน่เลย
ชาย : บางครั้งการจีบก็เป็นแค่การทดสอบความสามารถของตัวเอง ไม่ได้รู้สึกจริงจังมากมายอะไรสักหน่อย

ตกหลุมรัก
หญิง : การก้าวขาหล่นลงไปในหัวใจของเขาลึกจนยากจะปีนขึ้นมาง่ายๆ
ชาย : การเดินสะดุดขาอ่อนของเธอ อาจจะเซไปบ้าง แต่ไม่ถึงกับเสียการ ทรงตัวนานแต่อย่างใด

เดทครั้งแรก
หญิง : เหตุการณ์ตื่นเต้นที่สุดอีกครั้งในชีวิต เขาจะพาเราไปนั่นกินอาหารร้านไหนนะ
ชาย : เหตุการณ์ผลาญเงิน หวังว่าเธอคงไม่เห็นแก่กินเลือกร้านแพงๆ เหมือนยายคนก่อนนะ

หัวใจ
หญิง : อวัยวะที่ยกให้ใครไปแล้วก็ไม่อยากให้เขาส่งคืน
ชาย : อวัยวะที่ใช้ในการหายใจอ่ะดิ ถามด้ายยย!

แฟนเก่า
หญิง : คนรักของวันวานที่ถ้าบังเอิญเจอหน้าในวันนี้ก็ทำให้ใจสั่น
ชาย : ใคร? เธอคือใครเหรอจำไม่ได้แล้วอ่ะ

แฟนใหม่
หญิง : คนรักของวันนี้ที่เราอยากให้เป็นคนรักของวันข้างหน้าไปนานๆ
ชาย : แฟนของวันนี้แต่วันข้างหน้าค่อยว่ากันอีกที<ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ!>

โทรศัพท์
หญิง : เครื่องมือสื่อสารที่ช่วยสื่อความคิดถึง, คำพูดตอนไม่ได้อยู่กะเขา
ชาย : เครื่องมือสื่อสารที่เธอมีไว้คอยโทรจิกตามตรวจสอบเราทุกที่ทุกเวลา

ความเหงา
หญิง : แค่ไม่มีเขาเราก็เหงาเหลือเกินแล้ว
ชาย : 365 วันไม่เหงาเพราะเราไม่ขาดเพื่อนสักวัน

ความคิดถึง
หญิง : เพิ่งแยกจากเขามาเมื่อครู่เดียวเองก็คิดถึงอยากเจอหน้าเขาอีกแล้วน่ะ
ชาย : ความคิดถึงก็เหมือนการได้ลงเตะฟุตบอลที่เราอยากเตะ พอได้เตะ แตะแล้วก็หายอยาก

ดอกไม้
หญิง : เดินผ่านร้านขายดอกไม้ทีไร อยากให้เขาซื้อให้เรา แค่ดอกเดียวก็พอ
ชาย : ก็ดอกไม้แค่ดอกเดียว ทำไม! เธออยากได้อะไรมากมายนะ

จูงมือ
หญิง : เป็นแฟนตอนแรกๆ เขาจูงมือเราไม่ยอมปล่อย เหมือนกลัวเราหลงทาง แต่ตอนหลังเราต้องเป็นฝ่ายจับมือเขาเสียเอง
ชาย : โอ๊ย! ผมไม่ได้เด็กแล้วนะต้องจูงมือข้ามถนนด้วย

หึง
หญิง : รักคือหึง...หึงคือรัก ไม่รักไม่หึง ไม่หึงถ้าไม่รัก
ชาย : ที่ผมเผลอลงมือลงไม้เธอนั้นเพราะผมหึงเธอน่ะ

น้ำตา
หญิง : เครื่องมือที่ช่วยเราลดความเครียดตามธรรมชาติ
ชาย : เครื่องมือเรียกร้องความสนใจของผู้หญิง

ช๊อปปิ้ง
หญิง : กิจกรรมสุดโปรดได้ทำแล้วเหมือนมีสารความสุขหลั่งออกมา
ชาย : เครียดก็ช๊อป...มีสุขก็ช๊อป..อารมณ์เสียก็ช๊อป ผู้หญิงโรคจิต

การสารภาพรัก
หญิง : เป็นแฟนกันมาตั้งนาน แค่คำว่ารัก..คำเดียว เขายังไม่เคยพูดให้เราได้ยินเล๊ย
ชาย : เป็นแฟนกันมาตั้งนาน คำว่า..รัก..คำเดียวจะสำคัญอะไรนัก

อกหัก
หญิง : ทำลายของๆ เขา, ฉีกรูปคู่ทิ้ง, เก็บตัวอยู่ในห้อง ฯลฯ เจ็บนี้...อีกนาน
ชาย : กินเหล้า,จีบดะ,เที่ยวกระจาย ฯลฯ 3 วันห๊ายยยย

งอน
หญิง : ดูเขาเถอะ! หาเรื่องให้เราต้องงอนอีกแย้ว
ชาย : ดูมัน! งอนได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

ง้อ
หญิง : ดีใจจัง เขาง้อเรา แสดงว่าเขายังรักเราอยู่
ชาย : เซ็ง! แต่ต้องแกล้งง้อไปงั้นๆ ดีกว่าต้องทนเห็นหน้าที่เหมือนตูดของเธอ

สูตรน่าใส




1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้าล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใสนำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้านเตรียมโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำผสมโยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี

ความหมายของจำนวนกุหลาบที่เราจะให้คนรัก


ความหมายของจำนวนกุหลาบที่เราจะให้คนรัก

1 ดอก หมายถึง ฉันรักเธอคนเดียว หรือ รักแรกพบ

2 ดอก หมายถึง รักล้นใจ รักเธอย่างลึกซึ้ง

3 ดอก หมายถึง ฉันรักเธอ

6 ดอก หมายถึง ฉันอยากเป็นคนรักของเธอ

9 ดอก หมายถึง รักนิรันดร์

10 ดอก หมายถึง เธอช่างสมบูรณ์แบบ

11 ดอก หมายถึง เธอน่าทะนุถนอม มีความหมายกับฉันมาก เป็นคนที่ฉันรักมากที่สุด

12 ดอก หมายถึง โปรดมั่นใจในตัวฉัน

13 ดอก หมายถึง คนที่แอบชื่นชมคุณอยู่ลับๆ หรือมีคนแอบรักคุณอยู่นั่นเอง

15 ดอก หมายถึง ฉันผิดไปแล้ว โปรดยกโทษให้ฉันด้วยเถอะ (เอาไว้ง้อเวลาทำผิด)

20 ดอก หมายถึง ได้โปรดเชื่อฉัน

21 ดอก หมายถึง ฉันทุ่มเทรักเธอ รักนี้แด่เธอผู้เดียว

24 ดอก หมายถึง ฉันคิดถึงเธอเสมอ

33 ดอก หมายถึง รักและเสน่หามาก

36 ดอก หมายถึง จะจดจำช่วงเวลาดีๆ ของสองเราไว้ตลอดไป (ให้ตอนลาจากกัน เศร้านิดๆ)

40 ดอก หมายถึง มีรักแท้มามอบให้เธอ

50 ดอก หมายถึง รักที่ไม่มีวันเสียใจหรือผิดหวัง

99 ดอก หมายถึง ฉันจะรักเธอตราบเท่าที่ฉันยังมีลมหายใจ

100 ดอก หมายถึง เราจะรักและดูแลกันจนแก่เฒ่า ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร

101 ดอก หมายถึง เธอเป็นที่หนึ่งของฉันและเป็นหนึ่งเดียวที่ฉันรัก (ถ้าหลายคนคงแย่หลายดอกขนาดนี้)


365 ดอก หมายถึง ฉันคิดถึงเธอทุกวัน (ทั้ง 365 วันฉันคิดถึงเธอ)


999 ดอก หมายถึง รักแท้ที่เป็นอมตะนิรันดร์กาล (รักนี้อาจแพงได้ถ้าไม่มีสวนกุหลาบเป็นของตัวเอง)







ความหมายของ.....คนรัก

คนรัก.... คือคนที่เราอยากฝันถึงยามหลับตา
คือคนที่อยู่ในทุกห้วงความรู้สึก....
คือคนที่เราอยากลืมตาขึ้นมาเห็นเป็นคนแรก
คือคุณที่เราอยากจุมพิตเบา-เบาและบอกรัก
คือคนที่เราอยากนั่งดูหนังรักด้วยแล้วโอบกอดยามหนังซึ้งสุดขีด
คือคนที่เราอยากใช้ชีวิตด้วยตราบลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
คือคนที่เราห่วงแสนห่วงและหวงแสนหวง
คือคนที่เรารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นแห่งหัวใจแม้อยู่ห่างกันแสนไกล
คือคนที่เมื่อเลิกลากันแล้วทำให้เรารู้สึกเจ็บแทบขาดใจ
คือคนที่เราจดจำไปตลอดชีวิตถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่ได้อยู่ร่วมชีวิตกัน

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

เกมเด็กเอ๋ยเด็กดี




download

นิยามอกหัก





คำว่า "อกหัก"...ใครที่รักใครไม่เป็นก็คงไม่รู้จักคำนี้.. และคำว่า "อกหัก"...ถ้าใครมีความรักที่สมหวัง ก็จะไม่รู้จัก คำ ๆ นี้เช่นกัน...
ในเมื่อคนสองคนที่มีใจที่ตรงกัน ได้มารักกัน ได้เดินทางในเส้นทางเดียวกัน...
ต่อมาระยะหนึ่ง...ความรักที่มีนั้น ไม่เหมือนเดิม ใจไม่ตรงกัน อาจเพราะว่า ใครคนใดคนหนึ่ง มีใจไม่เหมือนเดิม หรืออาจจะเป็นว่า ทั้งสองคนร่วมใจกันใจไม่ตรงกัน...เป็นการใจตรงกันครั้งสุดท้าย.. คนสองคนหมดรักกัน และจากกันไป เพื่อ "ไปเดินในเส้นทางใหม่"ที่ตนต้องการ..

กรณีคนอกหักเป็นประเภท...เราใจเหมือนเดิม แต่เขา เปลี่ยนไป เหมือนโลกทั้งโลก...ทะลายไป...รู้สึกว่า ตัวเองไม่มีค่า คิดแต่ว่า " ฉันผิดอะไร? "เขาทำไมจากไป ทำไม ทำไม และทำไม
ณ เวลานั้น คนอกหัก จะกลายเป็นคนช่างคิดช่างตั้งคำถาม คิดอะไรรกหัวไปหมด..แต่ออกจะคิดแคบไปหน่อย คิดแต่เรื่องเขาคนนั้น...ด้วยคำถามว่า...ทำไม
ตัวอย่างของคำถามจากคนอกหัก...ที่ต้องการคำตอบจากเขา (แต่เขาไม่อยู่ให้ตอบคำถาม)

1. ทำไมถึงเลิกกับเรา?

2. เธอมีใครใหม่หรือ?

3. เธอจะคิดถึงฉันไหม?

4. ทำไมเหงาอะไรอย่างนี้นะ...เธอล่ะ?

5. เธอทำอะไรอยู่นะ...? ฯลฯ
คิดโทษแต่ตัวเอง....
ร้องไห้...ร้องไห้....และร้องไห้....เหมือนคนบ้า.....อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้.....ทำตัวห่อเหี่ยว เสมือนหมดแรงเพราะทำงานตรากตรำ... สมองฝ่อไปชั่วขณะ....
บางที สำหรับบางคน.....ไม่รู้ว่าใช้สมองส่วนไหนคิด...เขาคิดทำร้ายตัวเอง บางคนถึงกับชีวิตก็มี เพื่ออะไร?... พวกนี้ไม่รู้จักใช้สมองอันน้อยนิดที่ปลายนิ้วมือคิดเลย...(จริง ๆ)
เสียใจกับความรักที่มันไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมน่ะได้....แต่อย่าเสียใจนานนัก...
เราเสียใจ...ร้องไห้....ทำร้ายตัวเอง จะมากน้อยเท่าไร "เขาคนนั้นไม่มารับรู้อะไรด้วยหรอก"
ขณะที่คุณร้องไห้...เสียใจ คิดถึงแต่เขา นึกถึงแต่เขา...คุณทำร้ายตัวเอง....เขาคนนั้น กำลังนึกถึงคนอื่น มีความสุขอยู่กับรักใหม่ของเขา โดยที่เขาไม่ได้นึกถึง ไม่ได้คิดถึงคุณแม้แต่น้อยนิดเลย...
ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว...คิดอะไรได้รึยัง?

คิดซะ...เขาคนที่ทำเราร้องไห้ได้น่ะ ไม่ได้มีค่าอะไรเลย กับชีวิตที่มีค่าของเรา อยู่มาได้อายุเท่านี้ ก่อนหน้านี้ไม่มีเขาเราก็ไม่ตาย ประสาอะไรกับตอนนี้ ณ วินาทีนี้ เราจะไม่มีเขาแล้ว จะเป็นอะไรไป...
ชีวิตมีค่า เวลาที่มีอยู่ใช้ให้คุ้มกับคนที่เขาหวังดี รักเรา เถอะนะ...รักตัวเองให้มากขึ้น...มองโลกให้กว้างกว่านี้ แล้วคุณจะเห็นอะไรดี ๆ มากมาย
คนรอบ ๆ ข้างคุณ เพื่อน ๆ คุณ ก็ช่วยให้คุณหัวเราะได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น....มีแต่ตัวคุณเองเท่านั้นแหล่ะ...ที่จะช่วยให้ตัวคุณเองยิ้มและหัวเราะได้...
หาอะไรทำเพื่อที่จะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านกับเรื่องเลวร้ายอย่างนั้นซะ....ถึงแม้มันจะเหมือนการหลอกตัวเอง หลอกคนอื่นว่าคุณทำใจได้ แต่ว่า มันก็ดีซะกว่า คุณไม่รักตัวเอง....

ประวัติมิกกี้เม้าส์




วอลเตอร์ อีเลียส ดิสนีย์ (Walter Elias Disney) (5 ธันวาคม 2444 - 15 ธันวาคม 2509, ค.ศ. 1901-1966) เป็นผู้สร้างผลงานการ์ตูนที่แพร่หลาย และประสบความสำเร็จมากที่สุดของโลกคนหนึ่ง เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท วอลต์ ดิสนีย์ และเป็นคนสร้างภาพยนตร์การ์ตูนสีเป็นคนแรก เขาเริ่มทำการ์ตูน มิกกี้เม้าส์ (Mickey Mouse)และ โดนัลด์ดั๊ก (Donald Duck) และเริ่มทำหนังยาว เช่น สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด (Snow White and the Seven Dwarfs), แฟนตาเซีย (Fantasia), พินอคคิโอ (Pinocchio) และ แบมบี้ (Bambi)
ตลอดเวลา 43 ปีในอาชีพของดิสนี่ย์ เขาเป็นผู้พัฒนาเทคนิคการถ่ายภาพยนตร์ให้ทันสมัยมากขึ้น เป็นผู้ริเริ่มการสร้างสรร ผลงานที่มีจินตนาการสูง ทำให้ได้ผลงานที่คนทั้งโลกประทับใจไม่รู้ลืม โดยดิสนี่ยได้รับรางวัลออสการ์ไปถึง48รางวัล และ รางวัลเอมมี่ อีก7รางวัล
วอล์ท ดิสนี่ย ( วอลเตอร์ เอเลียส ดิสนี่ย์ )ผู้ให้กำเนิด มิคกี้ เมาส์ และเป็นผู้ก่อตั้งสวนสนุกดังระดับโลกอย่าง ดิสนี่ย์ เวิร์ลด์ เกิดเมื่อ 5 ธันวาคม 1901 ที่ชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์ เติบโตในครอบครัวชาวนาในมิสซูรี่ ดิสนี่ย์เริ่มสนใจในการวาดรูปเมื่ออายุ 7 ปี และสนใจในการเรียนวาดรูปและถ่ายรูปเมื่ออยู่ที่แม็คคินเลย์ ไฮสคูล

ในปี1918 ดิสนี่ย์ก็ได้ เข้าร่วมกับหน่วยกาชาติ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 พอหลังจากสงครามโลกครั้งที่1สงบ ดิสนี่ย์ก็กลับไปยังแคนซัส ซิตี้ ที่ๆเขาเริ่มทำงานด้านการเขียนการ์ตูนประกอบโฆษณาที่นี่ ในปี1920 ดิสนี่ย์ได้ออกแบบ ตัวการ์ตูนที่เป็นแบบฉบับของตัวเองและ เรียนรู้วิธีที่จะทำให้ตัวการ์ตูนนั้นเคลื่อนไหวได้

ในเดือนสิงหาคมปี 1923 ดิสนี่ย์ก็ไปที่ฮอลลิวู้ดเพื่อก่อตั้งสตูดิโอที่นั่น และในปี1928 ดิสนี่ย์ได้สร้าง มิคกี้ เมาส์ และ ปรากฎครั้งแรกในหนังการ์ตูนเงียบที่ชื่อว่าPlane Crazy แต่ว่า ก่อนที่การ์ตูนเรื่องนี้จะออกฉายนั้น ก็เริ่มมีการนำเสียงมาใส่ในภาพยนตร์ ทำให้มิคกี้ เมาส์ก็ได้ปรากฎอยู่ในหนังการ์ตูนที่มีการใส่เสียงเรื่องแรกในโลกที่มีชื่อว่า Steamboat Willie ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 1928


ดิสนี่ย์ก็ได้พัฒนาเทคนิคการทำภาพยนตร์ต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด เทคนิคการใส่สีในภาพยนตร์อนิเมชั่นก็ถูกนำมาใช้ในหนังอย่าง Silly Symphonies ปี 1932 หนังเรื่องFlowers and Treeของ Walt ก็ได้รับรางวัลออสการ์ครั้งที่32 ในปี1937 ดิสนี่ย์ได้สร้างหนังเรื่อง The Old Mill ซึ่งเป็นหนังสั้นที่นำเอาเทคนิคของmultiplane camera มาใช้

ในวันที่ 21 ธันวาคม ปี1937 ดิสนี่ย์ก็ได้ถือกำเนิด สโนว์ไวท์และคนแคระทั้ง7 ซึ่งเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นเพลงเรื่องแรกของเขา และทำรายได้สูงในสมัยนั้น และเป็นจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์การ์ตูนชุดยาวของดิสนี่ย์ และก็มีเรื่องอื่นๆตามมาอย่าง พิ
น็อคคิโอ้ แฟนตาเซีย ดัมโบ้ และ แบมบี้