วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

6 วิธีการบอกรัก


6 วิธีการบอกรัก (he to she)

มาคราวนี้เราจะมาบอกวิธีการบอกรักของชายหนุ่ม ทำอย่างไรให้หญิงที่เราหมายมั่น จะมาเป็นยอดชีวันของเรา (ลองอ่านดู หากทำตามก็ควรระมัดระวัง ผู้เขียนไม่รับประกัน ความสำเร็จ^ ^")

1.บอก ไปเลยตรงๆว่ารักมาก แบบนี้ไม่มีลีลา พี่เล่นทื่อๆไปตรงๆ รักก็บอกว่ารัก ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ต้องคิดมาก แต่ข้อควรระวัง หากหญิงอยู่ในช่วงกำลังดูหน่วยก้าน ของเราอยู่ การที่เราพูดไปอย่างนี้ อาจทำให้หญิงนั้นปฏิเสธไปก่อน ทั้งๆที่เธอยังดูใจ เราอยู่ เรียกว่าต้องดูโอกาสอำนวยในการพูดไปตรงๆ

2.ส่งของ ขวัญแสดงสัญญลักษณ์ของความรัก แบบนี้ไม่ต้องพูดมาก ของขวัญนั้นพูด แทนเรา ของขวัญยอดฮิตติดอันดับนิรันดร์กาล ได้แก่ ดอกกุหลาบ แหวนเพชร หรือ เป็นพวกกล่องดนตรีก็โรแมนติกดีไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีสินค้าไม่น้อยที่พยายาม สร้างลักษณะของขวัญสื่อรัก หรือเป็นการแทนความห่วงใย เช่น นมตราหมี ซุปไก่สกัดตราแบนด์ หรือแม้แต่ คู่รักคู่รส คอฟฟี่เมต นั้นไง

3.มีพ่อสื่อ-แม่สื่อ เป็นนายหน้า แบบนี้ชายหนุ่มไม่กล้าเอื้อนเอยเอง ก็อาศัยพ่อสื่อแม่ชัก เป็นผู้ไปบอกให้แทน วิธีนี้ออกจะไม่เป็นตัวของตัวเอง และดูไม่กล้าหาญเอาเสียเลย เรื่องแค่นี้พูดเองก็ไม่ได้ และอีกอย่างระหว่างบรรดาพ่อสื่อทั้งหลาย ที่บางครั้งจะกลายพันธ์ จีบหญิงที่เราปองเสียเอง เห็นมานักต่อนักแล้ว อย่างหนูฟ้า ชนิกา สุจริตกุล งั้นที่แฟนเธอ อดีตเป็นพ่อสื่อให้เพื่อน แล้วกลับมาเป็นพ่อพระเอกของเรื่องเสียเอง

4.บอกผ่าน จดหมาย หรือ E-mail วิธีนี้ดักแปลงจากวิธีโบราณ ที่แต่เดิมจะบอกรักด้วยการ เขียนกลอนไพเราะไปให้สาว แต่งกันหวานเยิ้มจนทำให้แม่ตาหวานอดใจอ่อนไม่ได้ จนกลอนรักกลายเป็นศิลปชั้นครูไป แต่ตกมาศตวรรษนี้ กลอนก็ยังดูไม่เชย (ไม่งั้น web ต่างๆคงไม่เอากลอนมาลงหรอก) แถมแทนที่จะส่งเป็นจดหมาย ก็ส่งผ่าน E-mail หรือ Pager ไปเสียเลย

5.ใช้สายตา เป็นหน้าต่างของหัวใจ กลุ่มนี้ไม่ยอมพูด แต่ตานี้หวานช่ำด้วยประกายแห่งรัก แต่ถ้าผู้หญิงที่ไม่ค่อยสังเกตุอาจจะดูไม่ออก แถมถ้าพ่อหนุ่มมีปัญหาเรื่องตาอาจจะดูความ หวานช่ำของตา เป็นตาประเภทพิการไปได้

6.ไม่ต้องบอกใดๆทั้งสิ้น การกระทำต่างหากจะช่วยบอกเอง แบบนี้ก็เป็นที่นิยมไม่น้อย พวกนี้เป็นพวกอุดมคติสูง เห็นว่าการบอกรักเป็นเรื่องไม่จริงใจ สู้การกระทำไม่ได้ การแสดงความห่วงใย การแสดงความเข้าใจ การติดต่ออย่างสม่ำเสมอมิได้ขาด เหล่านี้ ไม่บอกสาวๆที่ไอคิวไม่ต่ำก็จะทราบความนัยเอง แถมรักษารูปมวยของการชายหนุ่ม ด้วยหากต่อมาสาวเกิดไม่เล่นด้วย เราจะได้ไม่น่าแตกเหมือนการบอกรักในวิธีอื่นๆ

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553



ใครที่ชอบทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นประจำ ทราบหรือไม่ว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีโทษต่อร่างกายอย่างไรบ้าง วันนี้เกร็ดความรู้มีโทษของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาบอกกัน...
ส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่วนใหญ่เป็นแป้งสาลีถึง 60-70% ส่วน 15-20% เป็นไขมัน (อยู่ในเครื่องปรุง) ที่เหลืออีก 5-6% เป็นเกลือและผงชูรสล้วน ๆ เพราะฉะนั้นถ้าทานบะหมี่สำเร็จรูปมากกว่า 1 ซองต่อวัน ร่างกายก็จะได้รับปริมาณโซเดียมเกินความต้องการถึง 50-100% ซึ่งเป็นอันตรายต่อไต และยังจะทำให้ความดันโลหิตสูงอีกด้วย
ต่อไปนี้ถ้าอยากจะทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็ควรจะทำตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณะสุข

- ใส่ไข่ ผัก หรือเนื้อสัตว์ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มสารอาหารและป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป - ควรเลือกซื้อบะหมี่สำเร็จรูปที่เขียนว่า เพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ ไว้หน้าซอง - ไม่ควรทานบะหมี่สำเร็จรูปดิบ ๆ เพราะเส้นบะหมี่จะไปพองตัวในกระเพาะ อาจทำให้ท้องอืดได้ - ที่สำคัญที่สุดคือไม่ควรทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากกว่าวันละ 1 ซอง เพื่อป้องกันโรคที่เกิดกับไต และโรคความดันโลหิต

1.สูตรหน้าใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว

ส่วนผสม: น้ำผึ้ง 1 ถ้วย

น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ: ผสมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาวให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

  • มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสมกรด AHA ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น

2. สูตรหน้าใสด้วยแอปเปิ้ล

ส่วนผสม: แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ

น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: นำเนื้อแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็น

  • สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย

3. สูตรกระชับรูขุมขน

ส่วนผสม: กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศ เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก เอาเมล็ดออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

น้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว

วิธีทำ: ใช้กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศก็ได้ เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยว นำไปปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น

  • สูตรนี้จะ ช่วยทำความสะอาดใบหน้า และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

4. สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser)

ส่วนผสม: โยเกิร์ต ½ ถ้วย

น้ำมันดอกทานตะวัน

มะนาวสด1½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: ผสมโยเกิร์ต น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมะนาวสดให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที ทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด

  • สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย

5. สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย

ส่วนผสม: กล้วย 1 ผล

น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: บดกล้วยกับน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น

  • สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง

6. สูตรพอกหน้าใสจากแตงกวา

ส่วนผสม: แตงกวา 1 ผล หั่นแตงกวาเป็น ชิ้นบางๆ

ไข่ไก่ 1 ฟอง(ใช้เฉพาะไข่ขาว)

น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ: นำแตงกวา ไข่ไก่(ใช้เฉพาะไข่ขาว)และมะนาว ไปปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยกระชับรูขุมขน ผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น


สูตรที่ 1
สูตรอาหารไฮโซค่ะ 3 วัน 3 กก. อึม เป็นไง อ่านแล้วน่าสนใจดีไม๊คะ วันละ 1 กก. แบบนี้ 1 อาทิตย์ก็ผอมเพรียวสมใจอยาก แถมรายการอาหารยังไม่โหด เหมือนซุปผักเมื่อกี้อีกด้วย ได้ทานขนมปังอีกตะหาก สวรค์ของคนลดน้ำหนักเลยค่ะ แต่ขอบอกค่ะว่าแต่ละวันอาหารตามสูตรหายากมากกก แบบออกแนวไฮโซ บ้านๆ อย่างเราไม่ค่อยซื้อทานหรอกค่ะ สูตรมีดังนี้นะคะ

วันที่ 1

เช้า กาแฟ หรือ ชา ไม่ใส่น้ำตาลและครีมเทียม 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น (โฮลวีทได้ก็จะดีมาก)
ถั่ว baked bean 120 กรัม (ถั่วในซอสมะเขือเทศ)
ส้ม 1 ลูก

กลางวัน กาแฟ หรือชา 1 ถ้วย

ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ปลาทูน่า 120 กรัม

เย็น ถั่วฝักยาวต้ม 120 กรัม

บีทรูท หรือ แครอท ต้ม 120 กรัม
แฮมไก่ 2 แผ่น ไก่เท่านั้นนะคะ
ไอศกรีม วานิลา 1 ถ้วยเล็ก



วันที่ 2

เช้า กาแฟหรือ ชา 1 ถ้วย
ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
กล้วยหอม 1/2ผล

กลางวัน แครกเกอร์แบบเค็ม 5 แผ่น

ชีส low fat 1 แผ่น (อาจเปลี่ยนเป็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ)

เย็น บล๊อคโครี่ กับแครอท ต้ม อย่างละ 120 กรัม

แฮมไก่ 2 แผ่น
กล้วยหอม 1/2ผล
ไอศกรีม วานิลา 1 ถ้วยเล็ก



วันที่ 3

เช้า กาแฟหรือ ชา 1 ถ้วย
แครกเกอร์ เค็ม 5 แผ่น
ชีส low fat 1 แผ่น
แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล

กลางวัน กาแฟหรือชา 1 ถ้วย

ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ลูก

เย็น ดอกกะหล่ำต้ม กับ แครอท อย่างละ 120 กรัม

ทูน่า 120 กรัม
แตงไทย หรือ แคนตาลูป 1 ชิ้น
ไอศกรีมวานิลา 1 ถ้วยเล็ก






สูตรที่ 2

เห็นเค้าบอกว่าเป็นสูตรพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพฯ สูตรน่าสนใจมากค่ะ และยังบอกอีกว่าสามารถลดน้ำหนักได้ อาทิตย์ละ 9 กก. ค่ะ เห็นสูตรครั้งแรกดิฉันจดอย่างเร็วเลย ถ้าลดได้ขนาดนี้ละล่ะก็ ต่อให้ทานผิดพลาดยังไง อย่างต่ำคงลดได้ 3 กก. แหละค่ะ อาหารก็หาง่ายๆ เหมือนเราทานทุกวันนี่ล่ะค่ะ

วันที่ 1

เช้า...น้ำผลไม้คั้นหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน... ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น... สลัดผัก

วันที่ 2

เช้า... น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน...ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น...โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 3

เช้า... กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน... เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม (เนื้อ,หมู)
เย็น... สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4

เช้า...น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟดำและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน... สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น...โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 5

เช้า... น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน... ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น... สลัดผัก

วันที่ 6

เช้า... น้ำผลไม้คั้นหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน... ปลานึ่งหรือปลาเผาไม่จำกัด
เย็น... นมสด 1 แก้ว(พร่องมันเนย)

วันที่ 7

เช้า... ข้าว 1 ทัพพีและเนื้อ 1 ชิ้นหรือไข่ต้ม 1 ฟอง
กลางวัน... เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม(เนื้อ,หมู)
เย็น... สับปะรด 1 ชิ้น

“ไท โกะ”


“ไท โกะ” (Taiko) แปลว่ากลองใบใหญ่ เป็นอีกร้านหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ เจ้าของเป็นคนไทยที่อัธยาศัยดี ลูกค้า 99% เป็นคนญี่ปุ่น บางคนพาครอบครัวมากินทุกวัน การจะดูว่าร้านอาหารญี่ปุ่นร้านไหนรสชาติแท้และแน่นอน ให้ดูที่ลูกค้า ถ้ามีญี่ปุ่นกว่า 90% ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าเกือบทั้งร้านเป็นคนไทย ท่านจะไม่ได้ลิ้มลองเมนูญี่ปุ่นแท้ๆ

เมนูเด็ดของร้าน นี้ก็มีหลายอย่าง และแทบไม่ผิดหวังทุกอย่าง เพราะสั่งวัตถุดิบมาจากต่างประเทศ เช่น แปะก๊วยย่างเกลือ ปลากระเบนญี่ปุ่นย่าง ยำปลาทู ปลาดิบ และพิซซ่าญี่ปุ่น

불고기 (พุลโกกี)


불고기 (พุลโกกี) - เนื้อย่างเกาหลีอันเลื่องชื่อนั่นเอง คนที่ไปกินมาแล้ว การันตีทุกคนว่าเหนือชั้นกว่าหมูกระทะที่เมืองไทย (สุดๆว้อย) เพราะจะเป็นเนื้อที่หมักอย่างดี และหอมหวานชวนน้ำลายสอ ถ้าไปกินหลายๆคน ต้องเกิดเหตุการณ์เอาตะเกียบตบกันแย่งเนื้อ - -* (อ้างอิงจากหลายท่าน)

อกหัก คือ...



อกหัก คือ...


อกหัก คือ การที่เราได้รู้ว่าต่อไปจากนี้ ทุกสิ่งดูเหมือนไม่มีค่าเลยสำหรับเรา
อกหัก คือ การเริ่มต้นใหม่ ของชีวิต
อกหัก คือ การเริ่มต้นของการรักคนอื่นเป็น
อกหัก คือ ฟังเพลงเศร้า ๆ แล้วมันอิน เสียจนน้ำตามันไหลออกมา
อกหัก คือ ทำให้เรารู้ว่าคน ๆ หนึ่งมีค่าสำหรับเรามากถึงมากที่สุด
อกหัก คือ รสชาติของชีวิต
อกหัก คือ ความรู้สึกหลาย ๆ อย่างผสมปนเป จนทำให้ชีวิตสับสน
อกหัก คือ ทำให้เรารู้ว่ามีใครหลาย ๆ คนรักเรามากกว่าคนที่ทิ้งเราไป
อกหัก คือ การหมดสิ้นทุก ๆ สิ่งทุก ๆ อย่างของชีวิต
อกหัก คือ การเสียสละเพื่อคนที่เรารัก

อกหัก คือ การได้รู้จักคำว่ารักต้องเจ็บปวด
อกหัก คือ ความว่างเปล่าของชีวิต ๆ หนึ่ง
อกหัก คือ การมีชีวิตอยู่ในโลกอย่างไร้จุดหมาย
อกหัก คือ ความรู้สึกที่มันบรรยายไม่ได้
อกหัก คือ การรอคอยการกลับมาของคนที่จากไป
อกหัก คือ การที่เราทำอะไรบ้า ๆ หลายอย่างลงไปอย่างไม่รู้ตัว
อกหัก คือ เหงาที่สุดในชีวิตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
อกหัก คือ เหมือนอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด
อกหัก คือ หลับตาลงก้อเห็นแต่ภาพเวลามีความสุขอยู่กับเขา
อกหัก คือ ความทรงจำช่วงเวลาหนึ่งที่เคยมีกับคนที่รักมากที่สุด
อกหัก คือ อยากลืมแต่ยิ่งจำ
อกหัก คือ ไม่อยากเห็นเขาอยู่กับใครคนอื่นที่ไม่ใช่เรา
อกหัก คือ ไม่รู้ว่าจะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีเขา
อกหัก คือ ไม่รู้ว่าชีวิตในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
อกหัก คือ การก้าวเดินอย่างไร้ความหมาย...