วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

ใครคนนั้น





ถ้าเราเกิดมาเพื่อที่จะรักใครสักคน คนๆ นั้นจะรักเราตอบ แต่ถ้าเราเกิดมา. . .เพื่อที่จะรักใครหลายๆ คน เชื่อเถอะว่า. . .จะไม่มีใครรักเราจริงแม้แต่คนเดียว บางครั้งความรัก อาจเดินผ่านเข้ามาในชีวิตเรา เพียงครั้งเดียวและไม่หวนกลับมาอีก เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า. . . ความรักครั้งนี้หรือครั้งไหน จะเป็นความรักครั้งสุดท้าย
มีหลายคนที่เราตามหา. . .แต่ความรักก็กลับหนีไป มีหลายครั้งที่เราไม่สนใจ. . .แต่ความรักกลับเดินเข้ามา อย่า...อย่ามองข้ามใครคนหนึ่งไป เพียงเพราะหาเหตุผลที่จะรักไม่ได้ อย่า...ถามหาเหตุผลเมื่อจะรักใคร แต่ให้ถามสัมผัสจากหัวใจว่า. . .รู้สึกอย่างไร
อย่า...มองหาความรักด้วยสายตา แต่ให้มองหาความรักด้วยใจ อย่า...เชื่อคำว่ารักที่ได้ยินจากสองหูทั้งสอง แต่ให้เชื่อคำว่ารักที่ดังก้องมาจากความรู้สึก และส่วนลึกของหัวใจ. . . ความรักเป็นสิ่งที่มีค่า แต่มันจะไร้ ค่าถ้าไม่มอบให้ใคร หากวันนึงเราพบใครสักคน ที่มองเห็นคุณค่าความรักของเราแล้วล่ะก้อ มอบความรักให้เค้าไปเถอะ แล้วเราจะรู้ว่า. . .ความรักนั้นมีค่าและมีความหมายเพียงใด

ชีวิตกับความรัก



ชี วิ ต กั บ ค ว า ม รั กท่านเขมานันทะ (อาจารย์โกวิท เอนกชัย)ท่านรองอธิการบดี ท่านคณาจารย์ และนักศึกษาผู้ที่สนใจในหัวข้อของธรรมบรรยายทั้งหลายหัวข้อบรรยายในวันนี้ คงทำความแปลกใจให้แก่ท่านผู้ฟังบ้างไม่มากก็น้อย ถ้าว่าหัวข้อนี้บรรยายโดยผู้ที่เป็นฆราวาส ก็คงจะไม่น่าแปลกประหลาดอะไร แต่ถ้าผู้บรรยายเป็นบรรพชิตหัวข้อ "ชีวิตกับความรัก" ก็คงจะเป็นเรื่องแปลกๆ อยู่ ข้อนี้ขอทำความเข้าใจกับท่านผู้ฟังสักเล็กน้อยก่อนว่า สิ่งที่เรียกว่า ความรัก นั้น มักไปปะปนกับสิ่งที่เรียกว่ากามารมณ์ เพราะไปหลงเข้าใจว่าความรักกับกามารมณ์เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งที่จริงเรื่องทางเพศนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญอยู่เหมือนกันในชีวิตของมนุษย์ ในที่นี้ขอนำท่านมาสู่เรื่องความรักที่เหนือหรืออิสระจากกามารมณ์ ซึ่งดูเหมือนว่าไม่ค่อนมีใครเชื่อเสียแล้วในโลกปัจจุบัน เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำความแปลกใจให้ท่านบ้างเล็กน้อยในหัวข้อนี้ที่ถูกพูดโดยบรรพชิต แต่ถ้าท่านทั้งหลายทราบว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่แล้ว บางทีท่านจะรู้โดยตนเองว่า ผู้ที่เป็นบรรพชิตนั่นแหละ คือผู้ที่กำลังแสวงหาความรักที่แท้จริงขอให้ตั้งต้นที่ชีวิตในปัจจุบันของมนุษย์เรา ในสังคมที่กำลังสับสน เราจะพบความจริงในชีวิตว่า เรากำลังว้าเหว่ และบรรดาสัตว์โลกทั้งหลาย ไม่มีสัตว์โลกใดว้าเหว่เท่ามนุษย์ จริงอยู่เราเห็นความรื่นเริงในหมู่มนุษย์ การร้องรำทำเพลง เต้นรำ หัวร่อสนุกสนาน แต่มีความว้าเหว่อย่างลึกซึ้งและมนุษย์กำลังรอคอยอะไรสักอย่างหนึ่งที่จะมาเติมเต็มตัวเองให้เต็ม เพราะมนุษย์ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองนั้นยังพร่อง และกำลังรอคอย สำหรับบางคนอาจจะรอความร่ำรวย หรือรอเงิน หรือรอเกียรติยศ แต่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนต้องการสรณะหรือที่พึ่ง ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นชาย หรือเป็นหญิง ทุกคนยังรู้สึกว่าตนเองพร่องหรือรอคอยความว้าเหว่ท่ามกลางการรอคอยนั่นแหละเกาะกินใจมนุษย์อยู่ แต่มนุษย์ฉลาดพอที่จะกลบเกลื่อนความว้าเหว่นี้ไว้ด้วยท่าทีอื่น

แต่แม้กระนั้นก็ดี ทุกคนจะต้องได้ยินเสียงกระซิบภายในตัวเองว่า เรากำลังคอยสิ่งที่จะมาเติมเต็ม และแท้จริง สิ่งที่รอคอยนั่นแหละคือความรัก เรากำลังต้องการความรักเพื่อเติมชีวิตที่พร่องนี้ให้เต็ม และการรอคอยโหยหาที่จะเติมให้เต็มนั่นแหละ คือการแสวงหาความรักหรือที่พึ่งแต่สิ่งที่เรียกว่าความรัก แม้ว่าจะเข้าใจที่พึ่งนั้นในระดับไหนก็ตามแต่สิ่งที่เรียกว่าความรัก จะกลายเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การรอคอยของมนุษย์เพื่อจะให้ถึงวันเต็มเปี่ยมนั้นเอง ได้ส่งผลเป็นความโศกเศร้าซึมในขณะที่รอ หรือไม่ก็ให้เต็มไปด้วยความหวัง และความหวังซึ่งจะมาถึงพร้อมกับรสหวานของชีวิต เรารู้สึกว่า เราต้องการใครสักคนหนึ่งมาช่วยปลอบประโลมในขณะที่เราเศร้าโศก หรือมาช่วยรื่นเริงเมื่อเราประสบโชค เราต้องการจะร่วมกันบันเทิงกับเพื่อนมนุษย์หรือใครคนหนึ่งที่เข้าใจเรามากที่สุด แต่เรามักจะไม่ค่อยคิดว่าเมื่อคนนั้นเข้าใจเราแล้ว เราพยายามเข้าใจเขาให้มากที่สุดด้วย ด้วยเหตุนี้ การแสวงหาความรักจึงเป็นปมที่สำคัญมาก โดยเหตุที่ว่า เรากำลังแสวงหาคนอื่นมาสนับสนุนตัว และเพื่อจะได้รักเขา ซึ่งเป็นเพียงผลตอบ หลังจากที่เขารักเรา เมื่อเป็นเช่นนั้นการแสวงหาความรักหรือสรณะเช่นนั้นเป็นการลงทุน มันมีข้อแม้ว่า ถ้าเธอไม่รักฉัน ฉันก็ไม่รักเธอ ข้อนี้เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นความรักที่แท้จริงไม่ได้ เราต้องการใครสักคนหนึ่งมางอนง้อเรา เราอาจจะเรียกมันว่า นี้เป็นท่าทีหรือลีลาของความรัก ที่จริงนั้นไม่ใช่ ความรักจะต้องไม่หมายถึงการพร่องอยู่ข้างใน แล้วเพื่อจะหาตัวบุคคลอื่นมาเติมให้เต็ม ความรักจะต้องหมายถึงความเต็มเปี่ยมและล้นออกไปสู่ผู้อื่นเพราะฉะนั้นเองความรักจะต้องหมายถึง "การให้" ไม่ได้หมายถึงการเรียกร้องเลย ถ้าว่าเป็นการเรียกร้อง นั่นมิใช่ความรัก แต่เป็นการขาดความรักอย่างรุ่นแรง

ความรัก

“ความรัก” ของหลายคน อาจไม่อ่อนหวานแต่ทุกคน(ส่วนใหญ่) อาจจะมี “ความรัก” ที่อ่อนไหวจะมีใครบ้างที่ไม่เคยอมยิ้มคนเดียวเพราะ “ความรัก”และจะไม่มีใครบ้างที่ “ความรัก” ไม่เคยทำให้ร้องไห้แม้แต่ครั้งเดียวหลายคนจึงบอกว่า
“ความรัก” เป็นเหมือน “ทะเล”
มีเวลาที่นิ่งสงบ มีเวลาที่มีคลื่นลมมีเวลาที่สวยงาม และมีเวลาที่น่ากลัวแต่ถึงอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะไปทะเลเช่นกันไม่ว่าจะอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะมีความรักแม้ว่ารักนั้นจะเป็นรักข้างเดียว
แม้รักนั้นจะทำให้ทุกข์ทรมานสักเพียงใดแม้รักจะทำให้หลับไปทั้งน้ำตาของความเสียใจก็ตามแล้วจะรักแบบไหน? ให้พอดีในความอ่อนไหวไม่จืดชืดเย็นชาจนน่าเบื่อ ขณะเดียวกันก็มีความมั่นคงในใจ
คำตอบที่มีให้ คือให้ รั ก กั น แ บ บ ทะ เ ลโดย ห่วงใยกัน ให้มากเท่าเท่ากับเม็ดทรายให้อภัยกัน ให้ได้ . . . ..เหมือนที่ทะเลไม่เคยโกรธเกลียวคลื่น
ไม่ว่าคลื่นจะโหมกระหน่ำรุนแรงแค่ไหนในบางครั้งที่ต้องห่างไกล หัวใจก็ต้องคงมั่นได้เหมือนโขดหินไม่เปลี่ยนใจง่าย ไม่อ่อนไหวไปรักคนอื่นให้ความอิสระ เหมือนอย่างนกทะเลต้องการจากท้องฟ้าอย่ากักขังคนรักไม่ให้คบเพื่อน ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น
ความผูกพันไม่ใช่คุก ถึงจะคบกันแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าต้องสบตาฉันคนเดียวเท่านั้นและไม่ทำตัวเป็นเจ้าของหรือออกกฏหมายบังคับอีกคนเพราะทะเลก็ยังไม่เคยครอบครองปลา
แล้ว “ความรัก” ที่แม้จะดูอ่อนไหวและแปรปรวนก็จะเป็น “ความรัก” ที่มีอยู่นาน เช่นเดียวกับที่ทะเลมีอยู่บนโลกนี้

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ทดสอบครั้งที่ 1

ทดสอบส่งงานครั้งที่1 ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สมุนไพรรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้

สมุนไพรรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
สาเหตุ ของโรคดังกล่าวยังไม่ชัดเจน ปกติจะมีสารเมือก (mucin) หลั่งออกจากต่อมในส่วนล่างของหลอดอาหาร กระเพาะอาหารและส่วนบนของลำไส้เล็ก เพื่อป้องกันเยื่อบุกระเพาะจากฤทธิ์กัดของน้ำย่อยที่เป็นกรดอย่างแรง แต่มีปัจจัยบางอย่างที่คาดว่าจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารอ่อนแอลง เกิดการอักเสบและเป็นแผลได้ง่าย เช่น ภาวะขาดอาหาร ภาวะเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานยาหรือสารบางชนิดที่กัดกระเพาะ สูบบุหรี่จัด ดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนมากหรือเนื่องจากกรรมพันธุ์
อาการระยะแรก คือ ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ อาจมีความรู้สึกอิ่มแน่นหรือหิวร่วมด้วย แผลในกระเพาะอาหารมักปวดท้องหลังอาหารประมาณ 1-ชั่วโมงครึ่ง ส่วนแผลในลำไส้มักปวดท้องหลังอาหารประมาณ 2-4 ชั่วโมง และช่วงดึกหลังเที่ยงคืนด้วย การรักษาจะไม่หายขาด ผู้ป่วยจะต้องดูแลตนเองคล้ายกับผู้ป่วยท้องอืด ท้องเฟ้อ ระยะที่ปวดท้องควรดื่มนมถั่วเหลืองทุก 3-4 ชั่วโมงพร้อมทั้งใช้สมุนไพรที่แนะนำ รับประทานอาหารอ่อน ทานอาหารครั้งละน้อยๆ แต่ทานบ่อยๆ งดอาหารรสจัดและสิ่งต้องห้ามข้างต้น และหาทางคลายเครียดด้วย จะมีสมุนไพรที่ช่วยรักษาเยื่อบุทางเดินอาหารให้แข็งแรงขึ้น และควรใช้สมุนไพรขับลมร่วมด้วย
กล้วยน้ำว้ารับประทานผลดิบสดครั้งละครึ่ง ถึง 1 ผล อาจใช้ผลดิบหั่นบางๆตากแห้ง บดเป็นผงชงน้ำดื่ม ใช้ผงยาเท่ากับครึ่งถึง 1 ผล ข้อควรระวัง อาจมีอาการท้องอืดหลังรับประทานยานี้ แก้ได้โดยดื่มน้ำต้มขิงหรือสมุนไพรขับลมอื่นๆขมิ้นชันผงขมิ้นครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอนหรือปั้นเป็นลูกกลอนขนาดปลายนิ้วก้อย รับประทานครั้งละ 2 เม็ด

คำว่ารักเป็นมากกว่าคำพูดใดๆ

คำว่ารักเป็นมากกว่าคำพูดใดๆ
......... เค้าว่าเรื่อง "ความรัก" ไม่มีคำว่าถูกและผิด คุณไม่ผิดที่ไปรักเค้าคนนั้น และเค้าเองก้อคงไม่ผิดที่ไม่ได้รักคุณ ในทางตรงข้าม คุณไม่ผิดที่ไม่ได้รักเค้าคนนั้น และเค้าก้อไม่ผิดที่มารักคุณเช่นกัน .........การห้ามใจไม่ให้รักนั้นยากนัก แต่คงเทียบไม่ได้กับการห้ามใจให้ลืมรักเพราะย่อมยากกว่า คุณอาจทำได้เมื่อมีใครอีกคนก้าวเข้ามาในชีวิตคุณ แต่มันคงไม่ง่าย ถ้าคุณต้องหักใจให้ลืมในขณะที่คุณอยู่คนเดียว ..........เค้าว่าการชนะใจตัวเองนั้นอาจดีและมีค่าที่สุด แต่ในเรื่องความรัก การชนะใจคนที่เรารักนั้นอาจย่อมมีค่ากว่า แต่มันอาจมีค่ากว่านั้น ถ้าคุณสามารถชนะใจตัวเองที่จะปฏิเสธกับความรักที่ย้อนมาหาคุณ และมันอาจมีค่าที่สุด ถ้าคุณยอมที่จะ "แพ้" ใจตัวเองเพื่อจะกลับไปหาความรักนั้น ...........ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่อย่าลืมว่าบนโลกไม่ได้มีแค่เค้าทั้งคู่ อย่าโกรธเค้าที่ต้องปฏิเสธรักจากคุณ ด้วยเหตุผลว่าเราเข้ากันไม่ได้ ด้วยเหตุผลว่าสังคมเราต่างกัน ด้วยเหตุผลว่าเค้ายังรักคุณอยู่ ด้วยเหตุผลว่าเค้ารักคนอื่นที่มีค่าพอกับคุณ ............วิทยาศาสตร์อาจต้องการเหตุผล แต่เรื่องความรักย่อมไม่ต้องการเหตุผลใดใด คนดีอาจรักกับคนเลว จงอย่าโทษเค้าว่าเค้ารักคนผิด จงอย่าโทษเค้าว่าเค้ารักคนที่ไม่เอาไหน และจงอย่าโทษตัวเองว่าเรารักคนที่ไม่ดี เพราะสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องแล้ว จงเชื่อในสายตาของตัวเอง จงเชื่อประตูหัวใจอันมีค่าที่เลือกจะเปิดรับเค้าคนนั้น ............แม้ใครจะพูดว่าคู่ของเราเป็นคนไม่ดี แต่ในแง่ของความรัก คุณทั้งสองเป็นคนดีของกันและกัน อย่าโกรธเค้าที่บางครั้งเค้ายอมเป็นคนตาบอด อย่าโกรธเค้าที่บางครั้งเค้ายอมเป็นคนหูหนวก บางครั้งการไม่เห็นและไม่ได้ยิน เพื่อรักษาและถนอมความรักเอาไว้ ก็อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด .............นิยามความรักแต่ละคนย่อมต่างกัน ไม่แปลกที่บางคู่อาจทะเลาะกันทั้งวัน ไม่แปลกที่บางคู่อาจหวานให้แก่กันได้ทั้งวัน และไม่แปลกที่บางคู่ต่างเฉยชาต่อกัน และก้อคงไม่แปลกเลยที่บางคู่อาจต่างกันราวฟ้ากับดิน เพราะบางครั้งความรักคือ การเติมเต็ม แต่บางครั้งความรักอาจคือ การเสียสละ และการแบ่งปัน บางคนความรักอาจเป็น การดูแลและปกป้อง อย่าไปคิดว่าทำไมคู่เราถึงไม่เหมือนคู่ของใครเค้า อย่าไปคิดว่าคู่เราแปลกหรือเปล่า อย่าไปสนใจว่าเราควรเปลี่ยนแปลงอะไรมั๊ย ถ้าจะเปลี่ยน ขอให้เพื่อรักมิใช่เพื่อเลิก
รัก

ความรัก ความจริงใจ ความประทับใจ ความผูกพัน

ความรัก ความจริงใจ ความประทับใจ ความผูกพัน
กาล ครั้งหนึ่ง...มีเด็กชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า 'ความรัก' ความรักไม่รู้ว่าเขาเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เขาไม่เคยเห็นผู้ให้กำเนิด 'ความรัก' เกิดมาท่ามกลางความมืดมนและว่างเปล่า... ความรักเฝ้าตามหาอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวเขารู้สึกไม่เหน็บหนาวเขาอ้างว้าง เขาสับสน เขาอยู่คนเดียวมานานเกินพอ... ...เขารู้สึกว่าอะไรยังขาดหายไปความรักเริ่มออกเดินทางบนถนนสายที่ไม่มีจุด เริ่มต้น... ถนนสายนี้ทอดยาวไกลไปในความมืดมิด...และดูท่าไม่มีที่สิ้นสุด ความรักเริ่มท้อใจ...เมื่อไหร่เขาจะเจอเพื่อนร่วมทางเสียที...แสงสว่างเล็กๆ กระพริบพราวท่ามกลางความมืดรอบกาย แล้วหายไป...ความรักดีใจมาก ในที่สุดก็มีแสงสว่างจุดขึ้นมาแล้ว เขาเดินเข้าใกล้...และพบกับใครคนหนึ่งที่นั่งกอดเข่าอยู่เดียวดาย ...เธอคนนั้นคือ 'ความจริงใจ'...ความจริงใจบอกกับความรักว่าเธอถูกสั่งให้มาเฝ้ารอใครสักคน ...เธอนั่งอยู่ตรงนี้นานแล้ว...นานจนแทบจะหมดหวัง... เธอเห็นแสงสว่างอยู่ไกลๆ...และความรักก็เข้ามาหาเธอ ทั้งสองส่งยิ้มให้กัน...ไม่ต้องให้มีใครบอกเขาก็รู้ พวกเขาทั้งคู่ต้องก้าวไปด้วยกัน... ความรักส่งมือให้ความจริงใจจับเอาไว้ แล้วพวกเขาก็เริ่มก้าวเดิน...ก้าวที่ทั้งสองเดินไปค่อยๆย่างอย่างช้าๆ...ไม่ รีบร้อน อาจจะมีมรสุมพัดกระหน่ำเข้ามาบ้างแต่มือที่จับกันเอาไว้ไม่เคยปล่อย... ผ่านลมที่โหมกระหน่ำผ่านความมืดและความเหน็บหนาว... ผ่านหลายๆสิ่งมาด้วยกันและแล้วก็มีเด็กน้อยๆสองคนจูงมือกันเข้ามา...เด็ก น้อยคนหนึ่งที่ดูบอบบางและอ่อนแอราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แต่อีกคนกลับดูเข้มแข็ง...และคอยปกป้องอีกคนเสมอพวกเขาแนะนำตัวว่าเขาคือ 'ความประทับใจ' และ 'ความผูกพัน'ความรักและความจริงใจอุ้มเด็กทั้งสองมาแล้วร่วมเดินบนเส้นทางไป ด้วยกัน...เส้นทางที่เคยมืดสนิทเริ่มมีแสงจางๆส่องรำไร... ถนนสายที่ดูยาวไกลไม่สิ้นสุด ตอนนี้กลับเห็นปลายทางสว่างริบหรี่......ในใจของพวกเขาเกิดความหวัง...เส้น ทางที่พวกเขารอคอยใกล้เข้ามาถึงแล้ว แต่แล้ว! ก็มีเงาทะมึนมาทาบทับ เงาปีศาจสองตัวโอบล้อมพวกเขาเอาไว้ เจ้าปีศาจแนะนำตัวเองว่ามันคือ 'ความแตกร้าว' และ 'ความเศร้า'...พวกมันต้องการจะจับความรักไป...เด็กน้อยที่ชื่อความประทับใจ ร้องไห้จ้า มันกลัวเหลือเกิน ยิ่งร้องไห้ ร่างบอบบางนั้นยิ่งจางลงราวกับจะสลายไป...ความผูกพันโผเข้ากอดความประทับใจ แน่น... เขาค่อยๆปลอบจนความประทับใจหยุดสะอื้น... ร่างกายของเด็กน้อยนั้นกลับมามีรูปร่างดังเดิม...ในขณะที่ปีศาจทั้งสองตนมี สีหน้าตื่นกลัว...ร่างของมันเองที่กำลังสลายไปช้าๆความรักกับความจริงใจเห็น ดังนั้นจึงกอดเด็กน้อยทั้งสองแน่น ร่างทั้งสี่กอดกันกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว ความแตกร้าวและความเศร้ากรีดร้อง......แล้วมันก็สลายไป ทั้งสี่ส่งยิ้มให้กัน...พวกเขาทำสำเร็จแล้ว! ทันใดนั้นเอง... แสงสว่างก็แยงจ้าไปทั่ว... ความรักรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังลอยขึ้นช้าๆ... ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู... เสียงปริศนาที่มีชื่อว่า 'ความสุข' ดังก้อง... "พวกเจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม? ว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้ามาเดินทางร่วมกัน......นับตั้งแต่วันนี้ไป...พวก เจ้าจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ข้าจะให้ชื่อของพวกเจ้าว่า 'ความสัมพันธ์' " ...ทั้งสี่ถูกรวมเป็นคนใหม่คนเดียวกัน...ร่างกายที่ดูแข็งแกร่งและมั่นคง กว่าเดิม...และพร้อมเผชิญกับทุกปัญหา...พวกเขาเข้าใจแล้วว่า...เขาเกิดมา ทำไม... มีความรัก ความจริงใจ จึงเกิดความประทับใจ แล้วกลายเป็นความผูกพัน บางครั้งอาจจะมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้เกิดความแตกร้าวและความเศร้า อาจจะทำให้ความประทับใจลดน้อยลงแต่ความผูกพันก็ยังเหนี่ยวรั้งทุกอย่างเอา ไว้... ...แต่สุดท้าย ทุกอย่างจะผ่านไปได้ต้องมีพื้นฐานคือความรักและความจริงใจ... นี่แหล่ะค่ะ ความสัมพันธ์ของคนสองคน