วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

เกาะช้าง


ดูดวงตามเดือนเกิด

ใครหลายคนที่ยังไม่เจอคนรู้ใจ คงเฝ้านับวันและมีคำถามอยู่ในใจตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่จะเจอสักที
แต่ก่อนจะถึงวั้นนั้น มารู้คร่าวๆ กันก่อนดีกว่าว่า เนื้อคู่ของคุณจะมีลักษณะอย่างไร แถมยังบอกได้อีกว่าถ้ามีลูกแล้ว ชีวิตครอบครัวจะเป็นอย่างไรต่อไป

เดือนมกราคม >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ ถ้าได้คนผิวนวลหรือผิว 2 สีก็ได้ จะถือว่าดีเยี่ยม ควรมีอารมณ์ขัน ไม่มุทะลุเคร่งเครียด โรแมนติกบ้าง เป็นนักคิด นักวางแผน หาทางรุ่งโรจน์ เป็นที่ปรึกษาที่ดี อารมณ์ดี ไม่ถือสาจุดเสียเล็กน้อยอื่นๆ ของคนเดือนมกราคม นี่คือลักษณะที่จะอยู่กับคนเดือนนี้ได้มีอย่างความสุข สดชื่น ยั่งยืนนาน ผู้ที่เกิดเดือนนี้มักจะได้คู่ที่ดี มีความรักใคร่กัน ครอบครัวไม่ทุกข์ยาก ถ้ามีลูกคนแรกเป็นผู้ชาย จะยอดเยี่ยมที่สุดค่ะ

เดือนกุมภาพันธ์ >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ ถ้าเป็นคู่เทียมก็จะทิ้งกันได้ในยามมีปัญหา คู่แท้จึงมีลักษณะเป็นเพื่อนตายที่มีความซื่อตรงต่อกันอย่างแท้จริง คอยตักเตือน ไม่ให้ถูกล่อลวงได้ง่ายและต้องทำใจได้กับนิสัยที่ชอบท้าทายของคนเกิดเดือนนี้ เนื้อคู่มักมีลักษณะสง่างาม คิ้วเข้ม ตาคม มีบุคลิกน่านับถือ ผู้ที่เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่มีเกียรติ มีทรัพย์ จึงอาจถูกคู่ข่มบ้าง ถ้ามีลูกสาวก่อนถือว่าดีมาก

เดือนมีนาคม >>
เนื่อคู่ของคนเดือนนี้จะมีรูปร่างไม่สูง ไม่เตี้ย หุ่นกำลังดี พูดจาคารมเหลือร้าย มีความรู้ความสามารถและชอบชีวิตสุขสงบ เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินตัว ถ้ารู้จักเข้าใจนิสัยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของคนเดือนนี้ได้ ก็จะอยู่กันยั่งยืนค่ะ ผู้ที่เกิดเดือนนี้ต้องได้คู่ที่ช่วยงานกันได้ ถ้ามีลูกคนแรกเป็นลูกสาวจะไม่ค่อยได้ดั่งใจนัก

เดือนเมษายน >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ ควรมีผิวขาวหรือผิวเดียวกัน รูปร่างล่ำสันหรือสูงกำลังดี หน้ากลมอิ่มเอิบ สุขุมรอบคอบและมีวาทศิลป์ ช่วยเหลือใก้กำลังใจหรือคำปรึกษาที่ดีได้ เป็นคนขยันและปราดเปรียวก็ยิ่งดี ผู้ที่เกิดเดือนนี้ถ้าได้คู่ที่เด่นกว่า ในด้านใดด้านหนึ่ง ถือว่าเยี่ยมมาก ถ้าได้ลูกสาวคนแรก จะมีวาสนาดี

เดือนพฤษภาคม >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ เป็นคนรูปร่างกำลังดี ดวงตาสดใสน่ามอง คิ้วสวยได้รูป เป็นคนชอบทำบุญ มีลักษณะของผู้ใหญ่หรือผู้ดี รู้จักกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว เห็นแก่ตัว ผู้ที่เกิดเดือนนี้ถ้าคู่มีกำลังช่วยเสริม จะยิ่งทำให้รุ่งเรือง ลูกคนแรกหากเป็นผู้ชาย ถือว่าจะนำเกียรติมาสู่วงศ์ตระกูลในวันหน้าค่ะ

เดิอนมิถุนายน >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ มีลักษณะเพรียวบาง ใบหน้าเรียว มีความคิดอ่านลึกซึ้ง รู้จักพูดจาดีและถ้ารู้จักอดทนก็จะอยู่กันยืด เพราะทั้งคู่อาจจะไม่ได้อยู่ชิดใกล้หวานชื่นกันนัก ผู้ที่เกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่ซื่อสัตย์ ลูกคนแรกเป็นผู้ชายจะดี แต่ถ้าได้ลูกสาวก็ไม่มีผลร้าย

เดือนกรกฎาคม >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้ มักมีวัยที่แก่กว่าหรืออ่อนกว่า รูปร่างสูง จะมีเรื่องไม่เข้าใจกันเสมอ เพราะไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน หากแก้จุดนี้ได้ จะเป็นคู่ชีวิตที่อบอุ่นและรุ่งเรืองได้ดีที่สุดค่ะ คนเกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่ดวงตาสวย ถ้ามีลูกสาวก่อนลูกชาย จะมีเรื่องยุ่งยากใจค่ะ

เดือนสิงหาคม >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้อาจเป็นคนต่างชาติหรือลูกครึ่ง จิตใจทิฐิ ดื้อดึง เชื่อมั่นในตัวเองสูง ถ้าอารมณ์เสีย จะปากร้ายแต่ก็ขยันหมั่นเพียร หวังก้าวหน้า ก้าวไกลร่วมกับคนเดือนนี้ จะได้อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า ลูกคนแรกจะดีมากถ้าเป็นชาย

เดือนกันยายน >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้จะได้พบแบบไม่ทันตั้งตัว เป็นคนผิวขาว รูปร่างไม่สูง ไม่เตี้ย ใบหน้าสั้น อารมณ์รื่นเริงดี ติดจะดูไร้สาระไปบ้างค่ะ คนเกิดเดือนนี้อาจจะต้องแตกแยกกับคู่ก่อนจะได้แต่งอีกครั้ง ลูกคนแรกถ้าได้ลูกชาย ถือว่าเป็นมงคลค่ะ

เดือนตุลาคม >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้เป็นคนสูงเพรียว ริมฝีปากบาง ถ้าขยันทำงานด้วยกันก็จะสมพงษ์กันที่สุด แต่ถ้าขาดจุดนี้ก็จะอยู่กันไม่นานและเนื้อคู่มักเป็นคนปากร้ายหรือพูดมาก ขี้หึงหวงแม้จะเจ้าชู้พอกัน คนเกิดเดือนนี้ ถ้าอยู่กินกันแล้วจะมีฐานะดีขึ้น ลูกคนแรกเป็นชายหรือหญิง ก็ถือว่าดีทั้งนั้น

เดือนพฤศจิกายน >>
เนื้อคู่ของคนเดือนนี้จะมีผิวพรรณดี รูปร่างดี ใบหน้ามน ชอบช่วยกันทำมาหากิน รักใคร่กันดี ทั้งยามสุขทุกข์ แม้ขัดใจกันบ้าง แต่ก็ไม่ทอดทิ้งกันค่ะ คนเกิดเดือนนี้จะได้คู่ที่เป็นคู่รักคู่กรรม ลูกคนแรกจะเป็นคนมีปากเป็นเอกค่ะ

เดือนธันวาคม >>
จะได้คู่ช้ากว่าเพื่อน เพราะจะเลือกคนที่เหมือนภาพวาดฝันไว้ให้มากที่สุด ทั้งเรื่องหน้าตา ฐานะและนิสัยใจคอ เนื้อคู่จะมีรูปร่างสูงกำลังดี ผิวพรรณละเอียด ผ่องใส คนเกิดเดือนนี้จะมีคู่ที่พึ่งพาได้ ลูกคนแรกจะไม่ดีนักถ้าเป็นชายค่ะ

ราศีตุลย์

ราศีตุลย์ (ผู้ที่เกิดระหว่าง 17 ต.ค.-15 พ.ย.)
คนเกิดราศีนี้ ในปี 2552 นี้ จะเป็นปีทอง เป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์ ประสบความสำเร็จ ทั้งด้านการเรียน ก็สำเร็จตามที่ปรารถนา ด้านการงานก็เจริญก้าวหน้า และหลังเดือนเมษายนก็จะดียิ่งขึ้น การเงินไหลมาเทมาเป็นกอบเป็นกำด้านความรัก จะเจอคนรู้ใจ คนถูกใจ หรือถ้ามีคนรักอยู่แล้ว จะได้แต่งงาน สมหวังการเสริมดวง หาโอกาสไปกราบสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พระทองคำ เช่น พระแก้วมรกต ควรหาพระสมเด็จมาแขวนคอ จะทำให้มีกำลังใจ เกื้อกูลดีขึ้น

เมื่อมีรัก

ความรักบางครั้งทำให้ฉันต้องร้องไห้ เพราะความรู้สึกหวั่นไหวในบางอย่าง รู้สึกไม่มั่นคงในบางช่วงของเส้นทาง ไม่รู้ว่าจะก้าวย่างต่อไปได้อย่างไร
..................
ความรักบางครั้งทำให้ฉันมีความสุข แม้เจอเรื่องร้ายร้ายทำให้ทุกข์มากมายสักแค่ไหน เพียงมีบางคนกุมมือโอบกระชับให้ซบไหล่ น้ำตาที่รินไหลก็เหือดแห้งหายไปในทันที
...............
ความรักบางครั้งทำให้ฉันสับสน คิดทบทวนวกวนอยู่กับที่ ทำอะไรอะไรติดขัดไม่เป็นไปอย่างใจอยากมี ยิ่งเดินหาเหมือนกับมันวิ่งหนีไปแสนไกล
...............
ความรักบางครั้งทำให้ฉันนิ่งสงบ หยุดและสยบความรู้สึกฟุ้งซ่านได้ เพียงหลับตาเบาเบาเคียงข้างกับคนที่เข้าใจ กระชับกอดมอบอุ่นไอด้วยห่วงใยที่มี

ใครคนนั้น





ถ้าเราเกิดมาเพื่อที่จะรักใครสักคน คนๆ นั้นจะรักเราตอบ แต่ถ้าเราเกิดมา. . .เพื่อที่จะรักใครหลายๆ คน เชื่อเถอะว่า. . .จะไม่มีใครรักเราจริงแม้แต่คนเดียว บางครั้งความรัก อาจเดินผ่านเข้ามาในชีวิตเรา เพียงครั้งเดียวและไม่หวนกลับมาอีก เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า. . . ความรักครั้งนี้หรือครั้งไหน จะเป็นความรักครั้งสุดท้าย
มีหลายคนที่เราตามหา. . .แต่ความรักก็กลับหนีไป มีหลายครั้งที่เราไม่สนใจ. . .แต่ความรักกลับเดินเข้ามา อย่า...อย่ามองข้ามใครคนหนึ่งไป เพียงเพราะหาเหตุผลที่จะรักไม่ได้ อย่า...ถามหาเหตุผลเมื่อจะรักใคร แต่ให้ถามสัมผัสจากหัวใจว่า. . .รู้สึกอย่างไร
อย่า...มองหาความรักด้วยสายตา แต่ให้มองหาความรักด้วยใจ อย่า...เชื่อคำว่ารักที่ได้ยินจากสองหูทั้งสอง แต่ให้เชื่อคำว่ารักที่ดังก้องมาจากความรู้สึก และส่วนลึกของหัวใจ. . . ความรักเป็นสิ่งที่มีค่า แต่มันจะไร้ ค่าถ้าไม่มอบให้ใคร หากวันนึงเราพบใครสักคน ที่มองเห็นคุณค่าความรักของเราแล้วล่ะก้อ มอบความรักให้เค้าไปเถอะ แล้วเราจะรู้ว่า. . .ความรักนั้นมีค่าและมีความหมายเพียงใด

ชีวิตกับความรัก



ชี วิ ต กั บ ค ว า ม รั กท่านเขมานันทะ (อาจารย์โกวิท เอนกชัย)ท่านรองอธิการบดี ท่านคณาจารย์ และนักศึกษาผู้ที่สนใจในหัวข้อของธรรมบรรยายทั้งหลายหัวข้อบรรยายในวันนี้ คงทำความแปลกใจให้แก่ท่านผู้ฟังบ้างไม่มากก็น้อย ถ้าว่าหัวข้อนี้บรรยายโดยผู้ที่เป็นฆราวาส ก็คงจะไม่น่าแปลกประหลาดอะไร แต่ถ้าผู้บรรยายเป็นบรรพชิตหัวข้อ "ชีวิตกับความรัก" ก็คงจะเป็นเรื่องแปลกๆ อยู่ ข้อนี้ขอทำความเข้าใจกับท่านผู้ฟังสักเล็กน้อยก่อนว่า สิ่งที่เรียกว่า ความรัก นั้น มักไปปะปนกับสิ่งที่เรียกว่ากามารมณ์ เพราะไปหลงเข้าใจว่าความรักกับกามารมณ์เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งที่จริงเรื่องทางเพศนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญอยู่เหมือนกันในชีวิตของมนุษย์ ในที่นี้ขอนำท่านมาสู่เรื่องความรักที่เหนือหรืออิสระจากกามารมณ์ ซึ่งดูเหมือนว่าไม่ค่อนมีใครเชื่อเสียแล้วในโลกปัจจุบัน เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำความแปลกใจให้ท่านบ้างเล็กน้อยในหัวข้อนี้ที่ถูกพูดโดยบรรพชิต แต่ถ้าท่านทั้งหลายทราบว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่แล้ว บางทีท่านจะรู้โดยตนเองว่า ผู้ที่เป็นบรรพชิตนั่นแหละ คือผู้ที่กำลังแสวงหาความรักที่แท้จริงขอให้ตั้งต้นที่ชีวิตในปัจจุบันของมนุษย์เรา ในสังคมที่กำลังสับสน เราจะพบความจริงในชีวิตว่า เรากำลังว้าเหว่ และบรรดาสัตว์โลกทั้งหลาย ไม่มีสัตว์โลกใดว้าเหว่เท่ามนุษย์ จริงอยู่เราเห็นความรื่นเริงในหมู่มนุษย์ การร้องรำทำเพลง เต้นรำ หัวร่อสนุกสนาน แต่มีความว้าเหว่อย่างลึกซึ้งและมนุษย์กำลังรอคอยอะไรสักอย่างหนึ่งที่จะมาเติมเต็มตัวเองให้เต็ม เพราะมนุษย์ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองนั้นยังพร่อง และกำลังรอคอย สำหรับบางคนอาจจะรอความร่ำรวย หรือรอเงิน หรือรอเกียรติยศ แต่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนต้องการสรณะหรือที่พึ่ง ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นชาย หรือเป็นหญิง ทุกคนยังรู้สึกว่าตนเองพร่องหรือรอคอยความว้าเหว่ท่ามกลางการรอคอยนั่นแหละเกาะกินใจมนุษย์อยู่ แต่มนุษย์ฉลาดพอที่จะกลบเกลื่อนความว้าเหว่นี้ไว้ด้วยท่าทีอื่น

แต่แม้กระนั้นก็ดี ทุกคนจะต้องได้ยินเสียงกระซิบภายในตัวเองว่า เรากำลังคอยสิ่งที่จะมาเติมเต็ม และแท้จริง สิ่งที่รอคอยนั่นแหละคือความรัก เรากำลังต้องการความรักเพื่อเติมชีวิตที่พร่องนี้ให้เต็ม และการรอคอยโหยหาที่จะเติมให้เต็มนั่นแหละ คือการแสวงหาความรักหรือที่พึ่งแต่สิ่งที่เรียกว่าความรัก แม้ว่าจะเข้าใจที่พึ่งนั้นในระดับไหนก็ตามแต่สิ่งที่เรียกว่าความรัก จะกลายเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การรอคอยของมนุษย์เพื่อจะให้ถึงวันเต็มเปี่ยมนั้นเอง ได้ส่งผลเป็นความโศกเศร้าซึมในขณะที่รอ หรือไม่ก็ให้เต็มไปด้วยความหวัง และความหวังซึ่งจะมาถึงพร้อมกับรสหวานของชีวิต เรารู้สึกว่า เราต้องการใครสักคนหนึ่งมาช่วยปลอบประโลมในขณะที่เราเศร้าโศก หรือมาช่วยรื่นเริงเมื่อเราประสบโชค เราต้องการจะร่วมกันบันเทิงกับเพื่อนมนุษย์หรือใครคนหนึ่งที่เข้าใจเรามากที่สุด แต่เรามักจะไม่ค่อยคิดว่าเมื่อคนนั้นเข้าใจเราแล้ว เราพยายามเข้าใจเขาให้มากที่สุดด้วย ด้วยเหตุนี้ การแสวงหาความรักจึงเป็นปมที่สำคัญมาก โดยเหตุที่ว่า เรากำลังแสวงหาคนอื่นมาสนับสนุนตัว และเพื่อจะได้รักเขา ซึ่งเป็นเพียงผลตอบ หลังจากที่เขารักเรา เมื่อเป็นเช่นนั้นการแสวงหาความรักหรือสรณะเช่นนั้นเป็นการลงทุน มันมีข้อแม้ว่า ถ้าเธอไม่รักฉัน ฉันก็ไม่รักเธอ ข้อนี้เราจะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นความรักที่แท้จริงไม่ได้ เราต้องการใครสักคนหนึ่งมางอนง้อเรา เราอาจจะเรียกมันว่า นี้เป็นท่าทีหรือลีลาของความรัก ที่จริงนั้นไม่ใช่ ความรักจะต้องไม่หมายถึงการพร่องอยู่ข้างใน แล้วเพื่อจะหาตัวบุคคลอื่นมาเติมให้เต็ม ความรักจะต้องหมายถึงความเต็มเปี่ยมและล้นออกไปสู่ผู้อื่นเพราะฉะนั้นเองความรักจะต้องหมายถึง "การให้" ไม่ได้หมายถึงการเรียกร้องเลย ถ้าว่าเป็นการเรียกร้อง นั่นมิใช่ความรัก แต่เป็นการขาดความรักอย่างรุ่นแรง

ความรัก

“ความรัก” ของหลายคน อาจไม่อ่อนหวานแต่ทุกคน(ส่วนใหญ่) อาจจะมี “ความรัก” ที่อ่อนไหวจะมีใครบ้างที่ไม่เคยอมยิ้มคนเดียวเพราะ “ความรัก”และจะไม่มีใครบ้างที่ “ความรัก” ไม่เคยทำให้ร้องไห้แม้แต่ครั้งเดียวหลายคนจึงบอกว่า
“ความรัก” เป็นเหมือน “ทะเล”
มีเวลาที่นิ่งสงบ มีเวลาที่มีคลื่นลมมีเวลาที่สวยงาม และมีเวลาที่น่ากลัวแต่ถึงอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะไปทะเลเช่นกันไม่ว่าจะอย่างไร ใครต่อใครก็ยังอยากจะมีความรักแม้ว่ารักนั้นจะเป็นรักข้างเดียว
แม้รักนั้นจะทำให้ทุกข์ทรมานสักเพียงใดแม้รักจะทำให้หลับไปทั้งน้ำตาของความเสียใจก็ตามแล้วจะรักแบบไหน? ให้พอดีในความอ่อนไหวไม่จืดชืดเย็นชาจนน่าเบื่อ ขณะเดียวกันก็มีความมั่นคงในใจ
คำตอบที่มีให้ คือให้ รั ก กั น แ บ บ ทะ เ ลโดย ห่วงใยกัน ให้มากเท่าเท่ากับเม็ดทรายให้อภัยกัน ให้ได้ . . . ..เหมือนที่ทะเลไม่เคยโกรธเกลียวคลื่น
ไม่ว่าคลื่นจะโหมกระหน่ำรุนแรงแค่ไหนในบางครั้งที่ต้องห่างไกล หัวใจก็ต้องคงมั่นได้เหมือนโขดหินไม่เปลี่ยนใจง่าย ไม่อ่อนไหวไปรักคนอื่นให้ความอิสระ เหมือนอย่างนกทะเลต้องการจากท้องฟ้าอย่ากักขังคนรักไม่ให้คบเพื่อน ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น
ความผูกพันไม่ใช่คุก ถึงจะคบกันแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าต้องสบตาฉันคนเดียวเท่านั้นและไม่ทำตัวเป็นเจ้าของหรือออกกฏหมายบังคับอีกคนเพราะทะเลก็ยังไม่เคยครอบครองปลา
แล้ว “ความรัก” ที่แม้จะดูอ่อนไหวและแปรปรวนก็จะเป็น “ความรัก” ที่มีอยู่นาน เช่นเดียวกับที่ทะเลมีอยู่บนโลกนี้